您现在的位置是:生来死去网 > 热点
“ทนายบิ๊กโจ๊ก” ยื่น ป.ป.ช.ค้านส่งสำนวนกลับตำรวจ
生来死去网2026-01-08 00:14:50【热点】8人已围观
简介นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปที่สำนักง
ทนายบิ๊กโจ๊กยื่นปปชค้านส่งสำนวนกลับตำรวจ
นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปที่สำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านการส่งสำนวนคดีติดสินบนทองคำน้ำหนักรวม 246 บาท กลับไปที่คณะพนักงานสอบสวนตำรวจ และให้ ป.ป.ช.ทำคดีนี้ต่อไป โดยระบุเหตุผลในการคัดค้านการส่งสำนวนกลับไปยังคณะพนักงานสอบสวนของตำรวจใน 4 ประเด็น คือ (1) เนื่องจากที่มาของพยานหลักฐานในคดีนี้ อาจมีข้อโต้แย้ง หรือมีที่มาที่มิชอบด้วยกฎหมาย (2) พยานบุคคลในคดีนี้อาจถูกจูงใจด้วยสัญญาหรือผลประโยชน์อื่นใด รวมทั้งอาจถูกขู่เข็ญบังคับเพื่อให้ถ้อยคำเป็นการปรักปรำให้ร้ายผู้ถูกกล่าวหา (3) เนื่องจากคณะพนักงานสอบสวนไม่พิจารณาดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ที่ยอมรับในข้อเท็จจริงว่าเป็นผู้ให้ทองกับกรรมการ ป.ป.ช. และ (4) เรื่องความชอบธรรมของคณะพนักงานสอบสวนที่นายตำรวจบางนายเป็นคู่กรณีขัดแย้งกับ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ รวมทั้งตั้งข้อสังเกตว่า การที่คณะพนักงานสอบสวนแถลงและเปิดพยานหลักฐานในคดีนี้เมื่อวานนี้นั้น อาจเป็นการเปิดเผยข้อมูลที่อยู่ในชั้นการสอบสวนของ ป.ป.ช. ต่อสื่อมวลชน จึงเข้าข่ายว่าอาจเป็นการเปิดเผยความลับทางราชการ อันขัดต่อกฎหมายหลายฉบับ
นายสัญญาภัชระ กล่าวอีกว่า สำหรับคดีนี้เมื่อคณะพนักงานสอบสวนเลือกที่จะส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการส่งล่วงหน้าก่อนที่จะครบกำหนดให้ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ยื่นคำให้การเพิ่มเติมต่อคณะพนักงานสอบสวนภายในวันที่ 15 มกราคม 2569 กระบวนการสอบสวนก็ต้องเดินหน้าต่อไปตามขั้นตอน จึงควรให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ไต่สวนตามต่อไปถึงชั้นพนักงานอัยการและศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
การพิจารณาส่งสำนวนกลับไปยังตำรวจนั้น ถือว่าเป็นการถอยหลังทางคดีและเกรงว่าจะก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ส่วนจะเกิดข้อเคลือบแคลงสงสัย หรือไม่ หากคดีดังกล่าวยังอยู่ในมือ ป.ป.ช. ต่อไป เพราะหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาก็เป็นกรรมการ ป.ป.ช. นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า ตนเองเป็นทนายความมากว่า 32 ปี และเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของไทย มั่นใจว่า ป.ป.ช. คงไม่เสียหลักการด้วยเรื่องเพียงแค่นี้ ขณะที่ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ นั้น เมื่อเช้านี้เพิ่งเข้าพบพูดคุยเพื่อเซ็นเอกสาร ไม่ได้มีความกังวลอะไร และยืนยันว่าจะต่อสู้คดีนี้ถึงที่สุด
ด้าน พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ในฐานะรองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงการสอบปากคำ พ.ต.อ.ภาคภูมิ อดีตลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ในฐานะผู้กล่าวหา แต่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ว่าเป็นการใช้ดุลพินิจของพนักงานสอบสวนตามกรอบกฎหมายและแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่วางหลักไว้ชัดเจน ทั้งหมดเริ่มต้นจาก พ.ต.อ.ภาคภูมิ ซึ่งถือเป็นประจักษ์พยาน ที่ระบุถึงการกระทำความผิดของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ กับพวก คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้ตรวจสอบข้อมูลและพยานหลักฐานที่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ มอบให้ พบว่ามีความสอดคล้องกัน สามารถรับฟังได้อย่างแน่นหนา จึงเป็นเหตุให้สอบปากคำในฐานะผู้กล่าวหา ถือเป็นการใช้ดุลพินิจที่ถูกต้องตามแนวปฏิบัติของตำรวจ อัยการ และ ป.ป.ช. ซึ่งมีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาและระเบียบของ ป.ป.ช.รองรับ สามารถกันไว้เป็นพยานได้ เป็นหลักการให้โอกาสผู้กลับตัวกลับใจ
นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปที่สำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านการส่งสำนวนคดีติดสินบนทองคำน้ำหนักรวม 246 บาท กลับไปที่คณะพนักงานสอบสวนตำรวจ และให้ ป.ป.ช.ทำคดีนี้ต่อไป โดยระบุเหตุผลในการคัดค้านการส่งสำนวนกลับไปยังคณะพนักงานสอบสวนของตำรวจใน 4 ประเด็น คือ (1) เนื่องจากที่มาของพยานหลักฐานในคดีนี้ อาจมีข้อโต้แย้ง หรือมีที่มาที่มิชอบด้วยกฎหมาย (2) พยานบุคคลในคดีนี้อาจถูกจูงใจด้วยสัญญาหรือผลประโยชน์อื่นใด รวมทั้งอาจถูกขู่เข็ญบังคับเพื่อให้ถ้อยคำเป็นการปรักปรำให้ร้ายผู้ถูกกล่าวหา (3) เนื่องจากคณะพนักงานสอบสวนไม่พิจารณาดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ที่ยอมรับในข้อเท็จจริงว่าเป็นผู้ให้ทองกับกรรมการ ป.ป.ช. และ (4) เรื่องความชอบธรรมของคณะพนักงานสอบสวนที่นายตำรวจบางนายเป็นคู่กรณีขัดแย้งกับ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ รวมทั้งตั้งข้อสังเกตว่า การที่คณะพนักงานสอบสวนแถลงและเปิดพยานหลักฐานในคดีนี้เมื่อวานนี้นั้น อาจเป็นการเปิดเผยข้อมูลที่อยู่ในชั้นการสอบสวนของ ป.ป.ช. ต่อสื่อมวลชน จึงเข้าข่ายว่าอาจเป็นการเปิดเผยความลับทางราชการ อันขัดต่อกฎหมายหลายฉบับ
นายสัญญาภัชระ กล่าวอีกว่า สำหรับคดีนี้เมื่อคณะพนักงานสอบสวนเลือกที่จะส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการส่งล่วงหน้าก่อนที่จะครบกำหนดให้ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ยื่นคำให้การเพิ่มเติมต่อคณะพนักงานสอบสวนภายในวันที่ 15 มกราคม 2569 กระบวนการสอบสวนก็ต้องเดินหน้าต่อไปตามขั้นตอน จึงควรให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ไต่สวนตามต่อไปถึงชั้นพนักงานอัยการและศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
การพิจารณาส่งสำนวนกลับไปยังตำรวจนั้น ถือว่าเป็นการถอยหลังทางคดีและเกรงว่าจะก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ส่วนจะเกิดข้อเคลือบแคลงสงสัย หรือไม่ หากคดีดังกล่าวยังอยู่ในมือ ป.ป.ช. ต่อไป เพราะหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาก็เป็นกรรมการ ป.ป.ช. นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า ตนเองเป็นทนายความมากว่า 32 ปี และเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของไทย มั่นใจว่า ป.ป.ช. คงไม่เสียหลักการด้วยเรื่องเพียงแค่นี้ ขณะที่ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ นั้น เมื่อเช้านี้เพิ่งเข้าพบพูดคุยเพื่อเซ็นเอกสาร ไม่ได้มีความกังวลอะไร และยืนยันว่าจะต่อสู้คดีนี้ถึงที่สุด
ด้าน พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ในฐานะรองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงการสอบปากคำ พ.ต.อ.ภาคภูมิ อดีตลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ในฐานะผู้กล่าวหา แต่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ว่าเป็นการใช้ดุลพินิจของพนักงานสอบสวนตามกรอบกฎหมายและแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่วางหลักไว้ชัดเจน ทั้งหมดเริ่มต้นจาก พ.ต.อ.ภาคภูมิ ซึ่งถือเป็นประจักษ์พยาน ที่ระบุถึงการกระทำความผิดของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ กับพวก คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้ตรวจสอบข้อมูลและพยานหลักฐานที่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ มอบให้ พบว่ามีความสอดคล้องกัน สามารถรับฟังได้อย่างแน่นหนา จึงเป็นเหตุให้สอบปากคำในฐานะผู้กล่าวหา ถือเป็นการใช้ดุลพินิจที่ถูกต้องตามแนวปฏิบัติของตำรวจ อัยการ และ ป.ป.ช. ซึ่งมีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาและระเบียบของ ป.ป.ช.รองรับ สามารถกันไว้เป็นพยานได้ เป็นหลักการให้โอกาสผู้กลับตัวกลับใจ
很赞哦!(51139)
上一篇: 生奶加二氧化氯现象已两年
热门文章
站长推荐
友情链接
- 上市公司消费赛道整体稳健复苏 新消费潜力迸发
- 垃圾分类与我们的生活
- 中央资金补助!宁波这些场馆免费或低收费
- 马克西30+9布伦森22+9 76人终结尼克斯连胜
- 2023年浙江丽水中考作文题目:二选一
- “浙BA”城市争霸赛:台州队vs余姚队
- 俄罗斯央行宣布下调基准利率至16%
- 杭州市余杭区智慧环卫监管平台正式投入运行
- 美司法部开始公布爱泼斯坦案文件 外媒:部分信息被隐去
- 52家年内涨幅超30% 这些宁波“A牛”你拿住了吗?
- ONE Store,近五年稳居韩国第二大应用商店
- 《魔域》周年庆新品现身 新材料片4.8内测
- QQ邮箱拒收邮件的设置技巧
- 环境研究院:“构建全面创新体制机制,实现产业深度转型升级”系列报道之创新体系篇
- Giao thừa 2026: Trào lưu ăn '12 trái nho ước nguyện' bắt nguồn từ đâu?
- 图片报:格罗斯不满在多特当替补,接近转会回布莱顿
- 2025亚洲冰壶公开赛北京站 35支队伍冰上“棋局”智慧对决
- 产妇需要补充的营养素标准
- 毕业论文设计诚信承诺书
- 黑神话悟空虎筋条子在什么位置 虎筋条子位置分享







